สำหรับผู้ประกอบการใหม่ อย่างที่คุณกำลังจะเป็นส่วนใหญ่ มนักจะมองถึงหลัก 4P คือ |
|
| PRODUCT = ตัวสินค้า PLACE = ช่องทางการจัดจำหน่าย PRICE = ราคาขาย PROMOTION = การส่งเสริมการขาย |
|
| เพื่อมองเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น หลายคนคงมอง เหมือนๆกัน เช่น เปิดร้านธุรกิจสั่งพิมพ์ด่วน การขยาย ตัดสติ๊กเกอร์ ก็จะมอง 4P ดังนี้ |
| PRODUCT = รับทำนามบัตร, การขยาย, สั่งพิมพ์, รับตัดสติ๊กเกอร์, รับพิมพ์ภาพลงบนวัสดุ, รับทำของชำร่วยด้วยเลเซอร์ PLACE = รับงานจากหน้าร้านตนเอง PRICE = ราคาตามตารางการขายตายตัว PROMOTION = ซื้อ 10 แถม 1 เป็นต้น |
| การตลาดแบบนี้ เป็นการตลาดเชิงรับครับ โดยเฉพาะเรื่อง PRODUCT กับ PLACE หรือ LOCATION เพราะคนส่วนใหญ่ยึดติดกับแนวทางเดิมๆ ว่ารับงานจากหน้าร้าน |
| แต่จะมีสักกี่คนลองมองดูว่า จะหางานจากภายนอกเข้าร้านได้อย่างไร เช่น คุณใช้เครื่องตัดสติ๊กเกอร์ ที่มีอยู่ ผลิตเป็นกระจกกัดลายรูป รัชกาลที่5 ,ในหลวง,หลวงปู่ทวด,หลวงพ่อสด แล้วผลิตชิ้นงานไปฝากขาย โดยแบ่งส่วนแบ่ง (GP) ให้กับสถานประกอบการ วิธีนี้ผมใช้มาแล้ว โดยต้นทุน กระจก+ งานกระจกกัดลาย + ค่าแรง = 100 บาท ขายได้ 490 บาท |
หัก GP 30% ที่ THE MAK ขณะนี้มี 5 สาขา เหลือ 343- ทุน 100 บาท คงเหลือกำไรสุทธิ 243 ต่อหนึ่งอัน เดือนหนึ่งฝากขายได้ 70-100 กรอบ (X 70 กรอบ) จะได้เงินทั้งสิ้น 17010 บาท ต่อเดือน เป็นรายได้เสริมที่ไม่เลวเลยใช่ไหมครับ (ผมใช้ระยะเวลาในการทำกระจก 100 กรอบ ต่อเดือน ประมาณ 3 วัน ครับ) ลองคิดแบบอื่นนะครับ อย่าลอกเดี๋ยวจะเหมือนกันหมด การตลาดเชิงรุก คือ ผลจากความขยันของคุณ ในการคิดและแน่นอนมันเสริมรายได้คุณมากทีเดียว ขอขอบคุณแหล่งที่มา : www.108ideajobs.com |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น